
เมนูนี้ทำกินตั้งแต่วันอาทิตย์ที่แล้ว แล้วครับ
แม่ไปเที่ยวตลาดน้ำบางนกแขวก กับ อัมพวามา ได้สะเดา 15 กำ เห็นแล้วอยากทำน้ำปลาหวานกินครับ แต่ขาดปลาดุกย่างเพราะร้านส้มตำหน้าบ้านไม่ขายของซะงั้น อิอิอิ
น้ำปลาหวานสะเดา
ส่วนประกอบ
กุ้งปอกเปลือก รีดเอามันที่หัวเก็บไว้ให้หมด แล้วสับหยาบๆ
น้ำตาลปี๊บ
น้ำปลา
น้ำมะขามเปียกคั้นข้นๆ
กระเทียมปอกเปลือกให้หมด ซอยบางๆ แล้วเอาไปทอดจนกรอบ
หอมแดง ปอดเปลือก ซอยบางๆ แล้วเจียวให้เหลืองสวย
พริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ
วิธีทำ
วิธีทำก็ไม่ยากครับ
เอาน้ำตาลปี๊บใส่กระทะ ตามด้วยน้ำปลา และน้ำมะขามเปียกคั้นข้นๆ คนให้ละลายให้หมด
ผมไม่บอกสัดส่วนที่แน่นอนนะครับ แต่ว่าจะใช้น้ำตาลปี๊บเยอะที่สุด รองลงมาเป็นน้ำปลา และใช้น้ำมะขามเปียกน้อยที่สุดครับ ให้ชิมรสดูครับ ให้ได้ 3 รส หวานๆ เค็มๆ เปรี้ยวๆ


แล้วเอาไปตั้งไฟ อ่อนๆนะครับ หมั่นคนครับ สักพักเดียวก็จะเดือดพล่านอย่างนี้ ระวังจะล้นนะครับ ต้องใช้ไฟอ่อนที่สุดเลยนะครับ
แล้วเคี่ยวต่อครับ จนกว่าส่วนผสมจะเริ่มเหนียวๆ สังเกตุจากฟองที่เดือดขึ้นมาจะมีขนาดที่เท่าๆกัน



ใส่เนื้อกุ้งสับหยาบๆลงไป แล้วเคี่ยวต่อครับ ให้ความชื้นในเนื้อกุ้งออกไปเกือบหมด เนื้อกุ้งจะมีกลักษณะแข็งขึ้นครับ ส่วนผสมก็จะข้นขึ้น



ใส่กระเทียมทอดกรอบ หอมแดงเจียว พริกขี้หนูแห้งทอด คนให้เข้ากันก็ปิดไฟได้ครับ




ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยพริกขี้หนูแห้งทอดกรอบอีกนิด รับประทานกับสะเดาลวก ผักชีสดๆ และพริกขี้หนูแห้งทอดอีกหน่อย พริกขี้หนูแห้งทอดนี่จะช่วยไม่ให้น้ำปลาหวานของเราหวานบาดคอเกินไปครับ มันจะให้รสเผ็ดมากขึ้นครับ

สำหรับการลวกสะเดา ตามตำราเค้าบอกว่าให้ใช้น้ำ "ดง" ข้าวมาลวก แล้วสะเดาลวกจะมีรสดี
น้ำดงข้าวได้จากการหุงข้าวกับเตาฟืนแบบโบราณ พอเราต้มข้าวจนบานสุกดี แล้วเทน้ำนั้นออก แล้วเอียงหม้อข้าวให้ระอุทั่ว น้ำที่ได้เค้าจะเอาใส้เกลือเล็กน้อย เก็บไว้ทานได้ครับ
แต่สมัยนี้หุงข้าวแบบไม่เช็ดน้ำแล้วก็ใช้วิธีการต้มน้ำลวกเอาครับ เอาสะเดาใส่กาละมัง เทน้ำเดือดลงไปจนท่วม ทิ้งเอาไว้อย่างนั้นจนกว่าจะทานครับ



คนที่ไม่กินของขมๆ ก็ใช้ทานกับผักชีก็ได้ครับ ได้ความรู้สึกหอมๆ มันๆ ดีเหมือนกันครับ


เราต้องทอดกระเทียม กับเจียวหอมเยอะหน่อยนะครับ ใส่กระเทียมทอด กับหอมแดงเจียวเยอะๆอร่อยดีคราบบบ

ครัวทนายอ้วน ........... Home .......... for food lovers.
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=chubbylawyer&month=22-01-2012&group=2&gblog=359
แม่ไปเที่ยวตลาดน้ำบางนกแขวก กับ อัมพวามา ได้สะเดา 15 กำ เห็นแล้วอยากทำน้ำปลาหวานกินครับ แต่ขาดปลาดุกย่างเพราะร้านส้มตำหน้าบ้านไม่ขายของซะงั้น อิอิอิ
น้ำปลาหวานสะเดา
ส่วนประกอบ
กุ้งปอกเปลือก รีดเอามันที่หัวเก็บไว้ให้หมด แล้วสับหยาบๆ
น้ำตาลปี๊บ
น้ำปลา
น้ำมะขามเปียกคั้นข้นๆ
กระเทียมปอกเปลือกให้หมด ซอยบางๆ แล้วเอาไปทอดจนกรอบ
หอมแดง ปอดเปลือก ซอยบางๆ แล้วเจียวให้เหลืองสวย
พริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ
วิธีทำ
วิธีทำก็ไม่ยากครับ
เอาน้ำตาลปี๊บใส่กระทะ ตามด้วยน้ำปลา และน้ำมะขามเปียกคั้นข้นๆ คนให้ละลายให้หมด
ผมไม่บอกสัดส่วนที่แน่นอนนะครับ แต่ว่าจะใช้น้ำตาลปี๊บเยอะที่สุด รองลงมาเป็นน้ำปลา และใช้น้ำมะขามเปียกน้อยที่สุดครับ ให้ชิมรสดูครับ ให้ได้ 3 รส หวานๆ เค็มๆ เปรี้ยวๆ


แล้วเอาไปตั้งไฟ อ่อนๆนะครับ หมั่นคนครับ สักพักเดียวก็จะเดือดพล่านอย่างนี้ ระวังจะล้นนะครับ ต้องใช้ไฟอ่อนที่สุดเลยนะครับ
แล้วเคี่ยวต่อครับ จนกว่าส่วนผสมจะเริ่มเหนียวๆ สังเกตุจากฟองที่เดือดขึ้นมาจะมีขนาดที่เท่าๆกัน



ใส่เนื้อกุ้งสับหยาบๆลงไป แล้วเคี่ยวต่อครับ ให้ความชื้นในเนื้อกุ้งออกไปเกือบหมด เนื้อกุ้งจะมีกลักษณะแข็งขึ้นครับ ส่วนผสมก็จะข้นขึ้น



ใส่กระเทียมทอดกรอบ หอมแดงเจียว พริกขี้หนูแห้งทอด คนให้เข้ากันก็ปิดไฟได้ครับ




ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยพริกขี้หนูแห้งทอดกรอบอีกนิด รับประทานกับสะเดาลวก ผักชีสดๆ และพริกขี้หนูแห้งทอดอีกหน่อย พริกขี้หนูแห้งทอดนี่จะช่วยไม่ให้น้ำปลาหวานของเราหวานบาดคอเกินไปครับ มันจะให้รสเผ็ดมากขึ้นครับ

สำหรับการลวกสะเดา ตามตำราเค้าบอกว่าให้ใช้น้ำ "ดง" ข้าวมาลวก แล้วสะเดาลวกจะมีรสดี
น้ำดงข้าวได้จากการหุงข้าวกับเตาฟืนแบบโบราณ พอเราต้มข้าวจนบานสุกดี แล้วเทน้ำนั้นออก แล้วเอียงหม้อข้าวให้ระอุทั่ว น้ำที่ได้เค้าจะเอาใส้เกลือเล็กน้อย เก็บไว้ทานได้ครับ
แต่สมัยนี้หุงข้าวแบบไม่เช็ดน้ำแล้วก็ใช้วิธีการต้มน้ำลวกเอาครับ เอาสะเดาใส่กาละมัง เทน้ำเดือดลงไปจนท่วม ทิ้งเอาไว้อย่างนั้นจนกว่าจะทานครับ



คนที่ไม่กินของขมๆ ก็ใช้ทานกับผักชีก็ได้ครับ ได้ความรู้สึกหอมๆ มันๆ ดีเหมือนกันครับ


เราต้องทอดกระเทียม กับเจียวหอมเยอะหน่อยนะครับ ใส่กระเทียมทอด กับหอมแดงเจียวเยอะๆอร่อยดีคราบบบ

ครัวทนายอ้วน ........... Home .......... for food lovers.
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=chubbylawyer&month=22-01-2012&group=2&gblog=359
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น